วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ภารโรงฉุนผอ.ดุด่าเป็นประจำ คว้าปืนจ่อยิงดับ


ขอขอบคุณภาพจาก ข่าวสดออนไลน์

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (26 พ.ย.) เมื่อเวลา 18.00 น. สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในโรงเรียนสามขาสว่างวิทย์ ต.สามขา อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่เกิดเหตุพบศพนายยงยุทธ สายสมบูรณ์ อายุ 58 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่ในโรงอาหาร สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด และตามลำตัวอีกหลายนัด โดยพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่บนพื้น 8 ปลอก

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุหลังเลิกเรียน นายยงยุทธพร้อมด้วยครูหลายคนนั่งตั้งวงดื่มสุรากันอยู่ที่โรงอาหารดังกล่าว จากนั้นมี นายใจ เฉิดฉาย นักการภารโรงของโรงเรียนได้เดินเข้ามาหา จนเกิดมีปากเสียงกับนายยงยุทธ จากนั้นนายใจได้ชักปืนขึ้นมากระหน่ำยิงใส่นายยงยุทธจนเสียชีวิต แล้ววิ่งหนีไปที่บ้านพักหลังโรงเรียน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกไปที่บ้านพักของนายใจ และสามารถจับกุมตัวนายใจได้พร้อมปืน 9 ม.ม.ของกลาง โดยควบคุมตัวไปสอบสวนที่โรงพัก

โดยนายใจให้การสารภาพว่าเป็นคนยิงนายยงยุทธจริง เพราะโกรธแค้นที่ชอบดุด่าเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุตนได้ลางานไปงานศพญาติพี่น้อง พอกลับมาถึงโรงเรียนก็พบนายยงยุทธนั่งดื่มสุรากับเพื่อนครู แล้วเรียกตนไปดุด่าที่ขาดงาน ตนโมโหมากเลยกลับไปหยิบปืนที่บ้านพัก แล้วยังบอกว่าภรรยาเลยว่าวันนี้คงต้องฆ่าคนแล้ว พอกลับมาที่โรงเรียนก็โดนนายยงยุทธเรียกไปดุด่าอีกรอบ จึงบันดาลโทสะชักปืนจ่อยิงจนเกือบหมดแม็ก

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ม.3 ยกพวกตะลุมบอน ปวช.แทงเจ็บ 2


ขอขอบคุณภาพจาก สำนักข่าวไทย

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุ มีนักเรียน ยกพวกตะลุมบอนกับนักเรียน ปวช.ปี 1 ที่โรงเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลทุ่งสง ผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.3 มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดปลายแหลม เข้าที่บริเวณกลางแผ่น 1 แผล และอีกรายคือ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียน ปวช.ปี 1 โรงเรียนเดียวกัน มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีเข้าที่บริเวณต้นแขนขวา 3 แผล ทั้ง 2 เป็นคู่กรณีกัน โดยแพทย์พยาบาลได้ช่วยกันรักษาบาดแผลจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

จากการสอบสวน ทราบว่า นักเรียนชั้น ม.3 กลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีนายเอรวมอยู่ด้วย และไม่ถูกกับรุ่นพี่นักเรียน ปวช.ปี 1 ซึ่งมีนายบีร่วมอยู่ ก่อนเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงเวลาพักเที่ยงนักเรียนทั้งสองกลุ่มมาประจันหน้ากัน หลังอาคารเรียน ฝ่ายละ 6-7 คน ก่อนจะเข้าตะลุมบอนกันอย่างอุตลุด ผลปรากฏว่าโดนแทงได้รับบาดเจ็บฝ่ายละ 1 คน ส่วนสาเหตุทราบว่ามาจากเรื่องนักเรียนชายชั้น ม.3 ไปจีบนักเรียนหญิงรุ่นพี่ซึ่งอยู่ชั้น ปวช.ปี 1 ทำให้รุ่นพี่ผู้ชายไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายเข้ามาสอบปากคำ เพื่อรับทราบถึงเหตุการณ์ที่นักเรียนยกพวกทำร้ายกัน พร้อมกับเรียกตัวนักเรียนที่ร่วมก่อเหตุทั้งสองฝ่ายมาทำประวัติและให้แยก ย้ายกันกลับบ้าน ขณะที่คณะครูทำการอบรมนักเรียนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีก และฝากถึงผู้ปกครองให้ช่วยดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดต่อไป

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

เลื่อนได้ก็ไม่เลื่อน ลิ่วล้อพท. ดันปูสู้เลือก2ก.พ.

แต่ชาติไทยพัฒนาเห็นต่าง สมศักดิ์บอกเป็นไปได้ยาก กกต.ก็ไม่เชื่อว่าจะมีขึ้นได้!

รัฐบาล แบะท่าไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง อ้างเงื่อนไขม็อบบีบ “ปู” ลาออกไม่ใช่เรื่องเลื่อน-ไม่เลื่อน บี้กลับม็อบหยุด-ปชป.ลงสนามรับรองฉลุย “เพื่อไทย” ดาหน้าส่ายหัวดิกมึนคำวินิจฉัยศาล รธน.ฟังแล้วไม่เคลียร์ จี้ตอบให้ชัดยึด รธน.มาตราใดมาบังคับ ผวาโดนสอยตลบหลัง “เหลิม” จวกยับมติแบบนี้แทงกั๊ก สร้างความสับสน ลิ่วล้องัด ม.108 ยืดได้เต็มที่แค่วันที่ 6 ก.พ. ชี้ออก พ.ร.ฎ. ซ้อน พ.ร.ฎ.ขัด ม.187 “ประชาธิปัตย์” วอนรัฐบาลน้อมรับวินิจฉัย เลิกดื้อปฏิเสธอำนาจศาลอีก “ปู-กกต.” นัดหมายลงตัว 28 ม.ค. เปิดโต๊ะถกวันเลือกตั้ง “กกต.ธีรวัฒน์” เล็งเชิญทุกฝ่ายเคลียร์ข้อขัดแย้ง ฟันธง 2 ก.พ. ไม่มีเลือกตั้ง บลูมเบิร์กวิเคราะห์ “นายกฯยิ่งลักษณ์” ใกล้หมดเวลาจากคดีจีทูจีข้าวเก๊

หลังจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เลื่อนวันเลือกตั้งได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีและประธาน กกต.หารือเพื่อหาทางออกนั้น

“ปู” นัด 28 ม.ค.ถก กกต.เลื่อนเลือกตั้ง

เมื่อ เวลา 11.00 น. วันที่ 25 ม.ค.ที่สโมสรตำรวจ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีประสานไปยังประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อนัดหมายในการหารือถึงคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการเลื่อนการเลือก ตั้ง โดยได้นัดหมายในวันที่ 28 ม.ค. แต่ยังไม่ระบุสถานที่และเวลา ซึ่งการหารือจะใช้ที่เดียวกันกับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนายกฯมอบหมายให้ทีมกฎหมายส่วนตัว คณะกรรมการกฤษฎีกา และทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยศึกษารายละเอียดคำแนะนำศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อจะนำทางเลือกต่างๆเข้ารายงานนายกฯอีกครั้ง ก่อนจะหารือกับประธาน กกต.ต่อไป

แบะท่า 2 ก.พ.เข้าคูหาฝ่าดงม็อบ

นายสุรนันทน์กล่าว ว่า รัฐบาลยึดเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนจำนวนมากต้องการให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ. โดยความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก็ไม่ทำให้สถานการณ์ลด ความขัดแย้งลง เพราะข้อเรียกร้องของ กปปส.คือให้นายกฯลาออก ไม่ใช่การเลื่อนการเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. ก็ยังดำเนินต่อไป โดยหวังว่า กกต.จะจัดการเลือกตั้งให้เกิดความสงบเรียบร้อย และขอความร่วมมือไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ไม่ทำการขัดขวางข่มขู่ประชาชนไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือทำให้เกิดความรุนแรง และขอเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมหากต้องการการยอมรับจากประชาชน ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ ปฏิบัติตามวิถีทางประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน เนื่องจากที่ผ่านมานายกฯใช้ความละมุนละม่อมและเคารพเสียงส่วนน้อยมาโดยตลอด

ถามใช้ รธน.มาตราใดเลื่อนเลือกตั้ง

นาย ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ขอความชัดเจนรัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งใหม่และเตรียมเสนอเลื่อนเลือกตั้งล่วง หน้าเป็นวันที่ 31 ม.ค. ว่า เป็นอำนาจของ กกต. เราพร้อมเลื่อนการเลือกตั้งหากสามารถยุติปัญหาในขณะนี้ได้ แต่เบื้องต้นต้องขอความชัดเจนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต.ว่ามีกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตราไหนคุ้มครองและเป็นหลักประกันว่าสามารถ เลื่อนได้

จี้ศาล รธน.-กกต.ตอบเสียวโดนสอย

นายภูมิธรรมกล่าว อีกว่า หากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะไม่ถูกเล่นงานย้อนหลัง ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้ทั้งสองหน่วยงานตอบคำถามให้ชัด และแทนที่ กกต.จะถามมายังรัฐบาลฝ่ายเดียว ควรไปถาม กลุ่ม กปปส.ว่าจะยุติการชุมนุมหรือไม่หากเลื่อนการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ตรงนี้ กกต.ควรพูดคุยและหาข้อสรุปให้ได้ก่อน เพราะนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยพร้อมหารือเสมอ

“เหลิม” จวกยับวินิจฉัยแทงกั๊ก

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. กล่าวว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. เป็นหน้าที่ของ กกต. ถ้ามีการขอร้องให้มีการสนับสนุนมาก็จะพิจารณาเสนอไปที่นายกฯ ถ้าไม่มีการขอร้องมาก็ไม่ใช่เรื่องของตน ส่วนเรื่องเลื่อนการเลือกตั้งไม่ขอแสดงความเห็นไปถึงนายกฯ เพราะไม่ใช่หน้าที่ แต่จะเอากฎหมายฉบับไหนมาเลื่อน ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติแบบแทงกั๊กให้ไปตกลงกัน ซึ่งเหมือนเป็นการรวมหัวกันทำลายพรรคเพื่อไทย และทำให้ประชาชนสับสนว่าเป็นการบีบนายกฯ

ผวาถูกตลบหลังมีคนร้องเอาผิด

นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นคำแนะนำที่ให้รัฐบาลไปหารือกับ กกต. แต่พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป อยากฝากคำถามถึง กกต.ก่อนว่า ถ้าเลื่อนเลือกตั้งแล้ว กปปส.จะยุติชุมนุมหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์จะเลิกบอยคอตหรือเปล่า งบประมาณที่ทราบว่า กกต.ใช้ไปกับการเลือกตั้งแล้วกว่า 2 พันล้าน จะรับผิดชอบอย่างไร รวมทั้งค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง 53 พรรคที่ลงสมัครเลือกตั้ง จะเยียวยาอย่างไร ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยมีข้อห่วงใยว่าจะมีหลักประกันอะไรว่าถ้าเลื่อนเลือก ตั้งแล้วจะไม่มีการร้องเอาผิดรัฐบาลว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ที่สำคัญคือเลื่อนเลือกตั้งแล้วความขัดแย้งจะจบหรือไม่ กกต.ต้องตอบคำถามเหล่านี้ก่อนที่จะเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไปหารือ

อ้าง ม.108 ยืดได้แค่ 6 ก.พ.

นาย พิชิต ชื่นบาน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะทีมกฎหมายพรรค กล่าวว่า การเลื่อนวันเลือกตั้งไม่สามารถเลื่อนได้เกินกว่ากรอบเวลาที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญมาตรา 108 คือเลื่อนได้ไม่เกิน 60 วัน หลังจากยุบสภา ดังนั้น กรณีนี้ถ้านายกรัฐมนตรี และ กกต.จะไปหารือกันก็จะเลื่อนเลือกตั้งได้ไม่เกินวันที่ 6 ก.พ. ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งเป็นเวลา 3 เดือน คงเป็นไปไม่ได้ เพราะจะผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ที่มีวัตถุประสงค์ให้เลือกตั้งภายใน 60 วันหลังจากยุบสภา เพื่อไม่ให้ประเทศถูกแช่แข็งนานเกินไป หากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนาน จะส่งผลให้ช่วงปี 57 อาจจะไม่มีรัฐบาลโดยสมบูรณ์ที่มีอำนาจบริหารประเทศโดยไม่มีข้อจำกัด

พลิ้ว กกต.พบ “ปู” เลื่อน-ไม่เลื่อนก็ได้

นาย พิชิตกล่าวว่า ในการหารือกันระหว่าง กกต.กับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 27 ม.ค. อยากให้ กกต.เชิญทุกพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งมาร่วมหารือด้วยว่า จะเลื่อนเลือกตั้งไปวันใด เพื่อ ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติกับทุกพรรค ซึ่งจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะที่ฝ่ายนายกรัฐมนตรีก็ต้องคำนึงถึงความเสียหายทางจิตใจของประชาชนที่อยาก ไปเลือกตั้งด้วย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแค่ให้ความเห็นในข้อกฎหมายว่าสามารถเลื่อนการ เลือกตั้งได้ โดยให้นายกฯและ กกต.ไปคุยกัน ถ้าสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรเลื่อนก็เลื่อน แต่ถ้าสองฝ่ายเห็นว่าไม่ควรเลื่อนก็ไม่จำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งได้

“โภคิน” ข้องใจศาล รธน.ไม่เรียกแจง

นาย โภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คงต้องขอดูคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน จึงจะทราบว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่สงสัยว่าประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ใช่เรื่องข้อขัดแย้งระหว่าง องค์กร เป็นเพียงการหารือข้อกฎหมาย ศาลจึงไม่มีอำนาจรับคำวินิจฉัย และเมื่อศาลบอกว่าเป็นเรื่องข้อขัดแย้งระหว่างองค์กร แต่กลับไม่เชิญผู้เกี่ยวข้องคือรัฐบาลไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ลิ่วล้ออยากรู้ ปชป.ลง-ไม่ลง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขาดความชัดเจน และก่อให้เกิดปัญหาทางปฏิบัติหลายด้าน เช่น จะใช้กฎหมายมาตราใดมาเลื่อนเลือกตั้ง และพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งฉบับเดิมจะทำอย่างไร รวมถึงไม่สามารถใช้การเลื่อนการเลือกตั้งปี 49 มาเปรียบเทียบกับการเลื่อนเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ อยากถามพรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส. 5 ข้อว่า 1.ถ้ามีการเลื่อนการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ 2.กปปส.จะยุติการชุมนุม คืนความสุขให้คนไทยหรือไม่ 3.พรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.จะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่ออกมาหรือไม่ 4.พรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.จะออกมาจัดม็อบไล่รัฐบาลอีกหรือไม่ 5.ทุกพรรคต้องลงสัตยาบันเคารพผลการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.ยินดีหรือไม่

ชี้ออก พ.ร.ฎ.ซ้อน พ.ร.ฎ.ขัด ม.187

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขาดความชัดเจนและก่อให้เกิดปัญหา ทางปฏิบัติหลายด้าน ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะให้ใช้กฎหมายมาตราใดมาเลื่อนและยังไปอ้างการเลือก ตั้งปี 2549 ซึ่งในครั้งนั้นศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไปแล้วว่าเป็นโมฆะ แต่การเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ยังไม่เป็นโมฆะ มาเทียบเคียงกันได้อย่างไร การที่ศาลวินิจฉัยให้สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งและตราพ.ร.ฎ.ยุบสภาขึ้นใหม่ ได้ เกิดปัญหาว่า พ.ร.ฎ.เดิมจะทำอย่างไร จะให้ยุบสภาซ้อนยุบสภาหรือจะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม แล้วจะขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 หรือไม่ ทั้งนี้การตรา พ.ร.ฎ.ใหม่นั้นแน่นอนว่าจะต้องขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 187

กระซิบ “ปู” อย่ารับออเดอร์ กกต.

นาย คณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่ คนที่จะมีอำนาจเสนอเรื่องขึ้นกราบทูลมีเพียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เท่านั้น ซึ่งไม่มีใครบังคับได้ แม้ กกต.จะหารือกับนายกฯ ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพราะนายกฯเองไม่มีสิทธิ์แก้ไข พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับนี้ ขณะนี้นายกฯมีอีกฐานะคือผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่สมควรไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลื่อนเลือกตั้ง ทั้งนี้เห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ฎ.เสนอเลื่อนเลือกตั้งออกไป ทำได้เพียง 2 กรณีคือ 1.ศาลมีคำสั่งเพิกถอน พ.ร.ฎ. ด้วยเหตุผลว่าตราขึ้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งข้อนี้ตัดทิ้งไปได้เลย 2.เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไป แต่ถือเป็นโมฆะ จึงจะแก้ไขเพิ่มเติมได้

ยื่นเงื่อนไขม็อบหยุด-ปชป.ลงสนาม

นาย คณินกล่าวอีกว่า ส่วนอีกกรณีไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ คือ กกต.จะต้องมีเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ฎ เช่น กกต.เห็นว่าไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ราบรื่น เพราะมีม็อบ กปปส.ขวางเลือกตั้ง และพรรคประชาธิปัตย์บอยคอต ซึ่ง กกต. ต้องให้การรับรองด้วยว่า เมื่อเลื่อนเลือกตั้งแล้ว กปปส.จะยุติชุมนุม พรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครเลือกตั้ง มิฉะนั้นเลื่อนเลือกตั้งไปก็เหมือนเดิม ถ้า กกต.ไม่สามารถรับรองตรงนี้ได้ก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับนายกฯ

มท.1 เงื้อดาบฟัน ขรก.เกียร์ว่าง

นาย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเพิกเฉยต่อการสนับสนุนการเลือก ตั้งวันที่ 2 ก.พ.ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าจังหวัดใดไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่สนับสนุน กกต. หากมีจังหวัดใดมีปัญหาในการสนับสนุน กกต.ตนพร้อมจะตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่บกพร่องในการทำ หน้าที่ ตนอยากย้ำว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต.ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน กกต.ให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบริสุทธิ์ยุติธรรม รัฐบาลพร้อมจะทำทุกอย่างขอเพียงให้ กกต.จัดการเลือกตั้งก็แล้วกัน

นปช.อัดแหลกศาล รธน.-กกต.

ที่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่ม นปช. แถลงว่า คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามความฝันของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งแต่ไม่ประสงค์ให้เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. อ้างว่ามีความขัดแย้งนั้นไม่ใช่ แต่ กกต.ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเอง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นปช.มองว่าขาดความชอบธรรมทางการเมืองและขาดความชอบธรรมทางกฎหมาย กกต.ขณะนี้ก็เป็นเครื่องมือนายสุเทพ ที่จะล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ได้ จุดยืน นปช.ซึ่งสนับสนุนการเลือกตั้ง เห็นว่าเมื่อไม่สามารถมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ได้ ก็ขอให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ยังคงดำเนินต่อไป ถ้าจะมีพระราชกฤษฎีกาใหม่ ก็ต้องทำตามกฎหมายไม่ใช่ทำตามนายสุเทพ ส่วนวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. นายสุเทพประกาศแล้วจะไปคัดค้านหน้าเขตเลือกตั้งทุกเขต คนเสื้อแดงที่ไปทำหน้าที่สังเกตการณ์เลือกตั้ง ต้องไม่ไปปะทะกับพวกม็อบนกหวีด ระหว่างคนดีกับคนบ้าอย่าแลกกัน ใครทนไม่ได้ให้เดินหนี และแจ้งข้อมูลมาที่ นปช.ส่วนกลางด้วย

ชทพ.เชียร์ พท.กล่อม ปชป.–กปปส.

เมื่อ เวลา 11.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พรรคชาติไทยพัฒนาน้อมรับคำวินิจฉัยทั้ง 2 ประเด็น ยินดีที่จะให้ทั้งประธาน กกต.และนายกฯ ได้มีโอกาสพบกันโดยเร็วที่สุดเพื่อหารือร่วมกันเรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ ซึ่งไม่ควรนานเกินไปและคำนึงถึงความพร้อมของระบบ เช่นหน่วยเลือกตั้งยังขาดเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย รวมถึงสถานการณ์บ้านเมืองว่าจะเอื้อให้การเลือกตั้งสุจริตยุติธรรมหรือไม่ ที่สำคัญพรรคเห็นว่าขณะนี้รัฐบาลเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการทำให้มีข้อจำกัดใน การปฏิบัติงาน จึงเห็นด้วยกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยที่จะส่งตัวแทนไปเจรจากับพรรคประชาธิ ปัตย์กับ กปปส.เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน เพื่อทำให้การเลือกตั้งสมบูรณ์แบบ ทำให้ทุกพรรคสามารถลงสู่สนามเลือกตั้ง

นายกฯหมดทางดื้อไม่เลื่อนไม่ได้แล้ว

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯและพรรคเพื่อไทยยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. นายสมศักดิ์กล่าวว่า นายกฯ ครม. และพรรคเพื่อไทยต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ด้วยว่าบนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะ นี้ความเป็นไปได้ และข้อห่วงใยของกกต.ที่เคยเสนอรัฐบาลมาแล้ว 2 ครั้ง พรรคชาติไทยพัฒนารู้สึกเหมือนรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้เกิดสุญญากาศทางการ เมืองเกิดขึ้น แต่ต้องการเห็นรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัดอย่างมากในการบริหารราชการแผ่นดิน  แต่ควรคำนึงถึงความเป็นไปได้ และข้อจำกัด กลไกในกระบวนการเลือกตั้งด้วย เห็นว่าการไม่เลื่อนการเลือกตั้งออกไปคงเป็นไปได้ยาก

ปชป.วอนรัฐบาลน้อมรับวินิจฉัย

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคกทม.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การนัด หารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธาน กกต. เพราะหากรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเลือกตั้งต่อโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของ สังคมที่ขอให้ปฏิรูปการเมืองให้เสร็จก่อนจัดการเลือกตั้งเพื่อแก้ไขวิกฤติ ของประเทศชาติ แต่ท่าทีของคนในรัฐบาลโดยเฉพาะนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ที่เห็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องตลก เป็นการแสดงถึงการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการตั้งแง่ก่อนการเจรจา จึงเป็นหน้าที่ของนายกฯที่ต้องกำชับให้คนในรัฐบาลยอมรับกระบวนการตรวจสอบและ คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่สร้างกำแพงใส่ตั้งแง่ก่อนการหารือ

ตอบอึกอักกลับมาลงเลือกตั้ง

ผู้ สื่อข่าวถามว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ หากเลื่อนพรรคประชาธิปัตย์จะส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ต้องดูว่าในการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมหรือไม่ ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องให้กรรมการบริหารพรรคและอดีต ส.ส.ของพรรคทุกคนร่วมกันพิจารณา รวมถึงการปฏิรูปการเมืองตามที่ทุกภาคส่วนของสังคมเรียกร้องด้วยจะได้รับการ ตอบรับจากรัฐบาลหรือไม่ อย่างไร ซึ่งพรรคจะติดตามดูต่อไป

ดักคอรัฐบาลอย่าปฏิเสธอำนาจศาล

นาย ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถือเป็นการวินิจฉัยที่ให้ทางออกต่อประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลที่มีผลผูกพันทุกองค์กร ได้ จึงขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยมี 4 ข้อเรียกร้องต่อนายกดังนี้ 1.ให้นายกฯเร่งนัดหารือกับประธาน กกต.โดยเร็ว เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 2.นายกฯเลิกตั้งเงื่อนไขในการเจรจากับประธานกกต. 3.ขอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าในการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง 4.ในการจัดเวทีการปฏิรูป รัฐบาลต้องไม่เป็นเจ้าภาพเพราะขาดความชอบธรรมโดยให้องค์กรที่มีความเป็นกลาง ที่น่าเชื่อถือเป็นแทน เพราะรัฐบาลต้องเสียสละ และอย่าเพิ่มเงื่อนไขสร้างความขัดแย้งกับประชาชนอีกต่อไป ถ้านายกฯมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เชื่อว่าประเทศไทยจะมีทางออกและสามารถแก้วิกฤติของชาติได้แน่

รั้นไม่เลื่อนเสี่ยงขัด รธน.มาตรา 235

นาย ชวนนท์ กล่าวต่อว่า หากนายกฯยังดื้อรั้นที่จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.ให้ได้ก็อาจจะเข้าข่ายว่านายกฯทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 235 ที่ระบุว่า กกต.ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ กกต.เองได้ออกมาระบุแล้วว่า ในวันเลือกตั้งอาจจัดการเลือกตั้งได้ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากนายกฯยังดันทุรังจะเดินหน้าจัดเลือกตั้งต่อก็จะกลายเป็นคนทำผิด รัฐธรรมนูญเสียเองและต้องรับผิดชอบผลที่จะตามมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“โอ๊ค” ซัดมือที่มองไม่เห็นชักใย

วัน เดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อำนาจอธิปไตย 3 ฝ่ายที่ประกอบด้วยอำนาจบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ เป็นแค่ตัวหนังสือให้นักศึกษาท่องจำ แต่ใช้ไม่ได้กับระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ เนื่องจากอำนาจที่แท้จริงในการบริหารประเทศแบบไทยๆ อยู่ที่อำนาจของมือที่มองไม่เห็น ซึ่งมักแอบอ้างเบื้องสูง สั่งให้องค์กรอิสระทำตามความประสงค์ การเคลื่อนไหวทั้งหมดมักเป็นไปในแนวทางสนับสนุนพรรคการเมืองในดวงใจของเขา ที่ทำตัวเป็นลูกแหง่ ต้องการสู้นอกกติกา ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยวิธีทางลัด ใช้อำนาจพิเศษอยู่ตลอด ข้อดีอย่างเดียวของพรรคการเมืองนี้คือ หน่วยก้านดีปากหวานพูดเก่ง ไม่ว่าพรรคการเมืองนี้จะทุจริตฉ้อฉลอย่างไร องค์กรอิสระจะไม่ถือโทษ เอาคนผิดมาลงโทษ มิหนำซ้ำยังพยายามช่วยปกป้องให้อยู่รอดทุกวิถีทาง

จงเลิกให้ท้ายพรรคลูกแหง่

นาย พานทองแท้ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยุบสภาฯ ให้เลือกตั้ง แต่พรรคการเมืองนี้ ไม่อยากเลือกตั้ง เพราะเลือกกี่ครั้งก็แพ้ซ้ำซาก ผลักดันทุกวิถีทางไม่ให้มีการเลือกตั้ง จนมีการพูดว่าพรรคการเมืองนี้อาจทำให้ประเทศถอยหลัง เป็นประเทศที่ล้าหลังทางประชาธิปไตยมากที่สุดในอาเซียน เพราะต้องการป่วนประเทศไปถึงทางตัน เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ทหารออกมาปฏิวัติในที่สุด การปฏิรูปประเทศไทยง่ายนิดเดียวคือ ตัดเชือกและกลไกที่โยงใยจากมือที่มองไม่เห็นที่สั่งการลงไปยังองค์กรต่างๆ ทำสิ่งที่เป็น 2 มาตรฐานให้หมดสิ้นไป ไม่ให้ท้ายพรรคลูกแหง่คอยเอาเปรียบคู่แข่ง ปล่อยให้การเมืองเดินหน้าไปด้วยตัวเอง ตามระบอบประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง ไม่มีคนให้ท้ายคอยหนุนหลัง ลูกแหง่ก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทำอะไรเองได้ ประเทศก็จะสงบสุขในที่สุด

กกต.นัดนายกฯคุยบ่ายสอง 28 ม.ค.

เมื่อ เวลา 17.00 น. ที่ตึกโดมบริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่า ในวันนี้ กกต.ได้ประชุมปรึกษาหารือกันเรื่องแนวทางการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐ ธรรมนูญ สิ่งสำคัญคือ กกต.ได้มีมติเชิญนายกฯมาปรึกษาหารือในวันที่ 28 ม.ค.เวลา 14.00 น. เพื่อที่จะพิจารณาการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ส่วนสถานที่ให้นายกฯและ ครม.กำหนด นอกจากนี้ในวันที่ 26 ม.ค.ยังคงมีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและในเขตจังหวัด ขณะนี้มีรายงานปัญหาเข้ามามากพอสมควร โดยเฉพาะ 15 จังหวัดภาคใต้ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ แต่ได้มีการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ไว้แล้ว

เลือกล่วงหน้าวุ่นยืดเวลาได้ 7 วัน

นาย ภุชงค์ กล่าวอีกว่า หากมีการปิดถนน ขัดขวางการเลือกตั้ง ก็ให้เจ้าหน้าที่ใช้มาตรา 78 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ถ้ามีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นคณะกรรมการประจำหน่วยเหลือกตั้งในที่เลือกตั้ง กลางนอกเขต สามารถงดการลงคะแนนและรายงานต่อ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง และ กกต.จว. เพื่องดการลงคะแนนออกไป 7 วัน รวมทั้งรายงานมายัง กกต.โดยด่วน ซึ่ง กกต.จะพิจารณาว่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ หากเห็นว่าสถานการณ์รุนแรงอยู่สามารถขยายวันลงคะแนนใหม่ได้อีก โดยกฎหมายไม่ได้กำหนดว่ากี่วัน

เล็งเชิญทุกฝ่ายเจรจาหาข้อยุติ

นาย ธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า สำหรับวันเลือกตั้งใหม่นั้นยังไม่ได้กำหนดเพราะต้องปรึกษากับนายกฯ ก่อน แต่ กกต.ตั้งข้อสังเกต คือ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำพิพากษาคำร้องที่ กกต.ยื่นไป สรุปข้อหนึ่งคือ การเลือกตั้งที่เลื่อนไปเกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ เกิดจากการแตกแยกทางความคิด กกต.พิจารณาว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ต้องมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ปัญหาคือระหว่างทางที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจะทำให้ปัญหาความขัดแย้งใน สังคมยุติลงได้อย่างไร ซึ่ง กกต.คิดเบื้องต้นว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเชิญทุกฝ่ายที่เป็นข้อขัดแย้งมาพูดคุยถอยกันคนละก้าว ให้ทุกฝ่ายของสังคม ผู้นำ ทางความคิด ผู้ที่มีบทบาทต่างๆได้เข้ามาช่วยกัน

ไม่เชื่อ 2 ก.พ.จะมีเลือกตั้ง

นาย ธีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีทางออกร่วมกัน เป็นทางออกในทางสงบ สันติ มีผลยั่งยืนและการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นต้องตอบสนองระบอบประชาธิปไตยได้ ตรงนี้ต้องทำก่อนการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งนี้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ไม่เชื่อว่าจะมีขึ้นได้ เพราะสถานการณ์ขณะนี้การเลือกตั้งล่วงหน้าก็มีปัญหา การหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ก็ยาก เชื่อว่านายกฯคงเข้าใจปัญหา เราจะมาคุยกันว่านอกจากการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ระหว่างทางจะคุยกันว่าจะจัดปัญหาต่างๆนั้นอย่างไร

อึ้งหีบบัตรถูกทิ้งเกลื่อนที่ชุมพร

ที่ จ.ชุมพร ช่วงบ่าย พ.ต.ต.วัชระ เผือกจันทร์ สวป.สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งมีรถยนต์ขนหีบเลือกตั้งมาทิ้งไว้ที่หน้าสนามกีฬาภายในโรงเรียนบ้านหน อกหมูก หมู่ 6 ต.ตากแดด รุดไปตรวจสอบพบชายหญิงคู่หนึ่งทราบภายหลังเป็นสามีภรรยากันกำลังขนหีบบัตรลง จากรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียน 70-0746 กาฬสินธุ์ สอบสวนทราบว่ามีผู้ว่าจ้างให้ขนหีบบัตรทั้งหมดจำนวน 1,000 ใบ ในราคา 13,000 บาท จาก จ.เพชรบุรี ให้ไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ กกต.ชุมพร โดยนัดส่งมอบกันที่โรงเรียนดังกล่าว เนื่องจากสำนักงาน กกต.ชุมพร ถูกมวลชน กปปส.ปิดล้อม แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.ชุมพร มารับหีบบัตรลงคะแนน จึงตัดสินใจขนหีบบัตรทั้งหมดลงจากรถทิ้งไว้ที่สนามหน้าโรงเรียน หลังทราบเรื่อง พ.ต.ต.วัชระได้ประสานไปยัง กกต.ชุมพรทราบ แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.คนใดเข้ามารับมอบหรือตรวจนับหีบบัตรลงคะแนน ต่อมากลุ่ม กปปส.ทราบข่าว พากันไปสังเกตการณ์เพื่อรอพบเจ้าหน้าที่ กกต. แต่ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.คนใดเดินทางเข้าไปเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย

ขบวนรณรงค์เลือกตั้งล่ม กปปส.บุก

จ.พังงา นายพีระ เพชรพาณิชย์ ประธาน กกต.จังหวัดพังงา พร้อมด้วยนางวสี อุทัยมงคล ผอ.กกต.จังหวัดพังงา นายนิกร จันทร์อำไพ นายอำเภอเมืองพังงา จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนออกไปเลือกตั้ง แต่ขณะเตรียมตั้งขบวนบริเวณหน้าวัด ประชุมโยธี (พระอารามหลวง) ถนนเพชรเกษม อ.เมืองพังงา ปรากฏว่ามีกลุ่ม กปปส.นำโดยนายวิชาญ ขมักการ นายปรีชา จตุราบัณฑิต นายวสิทธิ์ ประหยัดทรัพย์ นำมวลชนถือธงชาติ นกหวีด มือตบ มารวมตัวตั้งขบวนอยู่ฝั่งถนนตรงข้ามกับขบวนรณรงค์เลือกตั้งของ กกต.จังหวัดพังงา นายพีระ เพชรพาณิชย์ ประธาน กกต.จังหวัดพังงา ต้องสั่งยกเลิกกิจกรรมครั้งนี้ และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กกต.พังงา ฝ่ายกฎหมาย เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพังงา เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และเกิดปัญหาอุปสรรคจนไม่สามารถดำเนินการรณรงค์ การเลือกตั้งในครั้งนี้ได้

“บลูมเบิร์ก” บอก “ปู” จวนหมดเวลา

ขณะ เดียวกัน เว็บไซต์นิตยสารบลูมเบิร์ก บิสเนสส์วีค ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความของนายบรูซ ไอน์ฮอร์น บรรณาธิการสาขาเอเชีย ที่ระบุว่าไม่ว่าการเลือกตั้งของประเทศไทยจะมีขึ้นหรือไม่ เวลาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็เริ่มน้อยลงทุกขณะ พร้อมอ้างจากความเห็นของ น.ส.พิมพ์ผกา นิจการุณ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด ที่ระบุว่าวิกฤติทางการเมืองอาจได้รับการแก้ไขในเดือน มี.ค. เนื่องจากหลายๆคดีในชั้นศาลที่จะนำไปสู่การล้มรัฐบาล

คดีเด็ดจีทูจีข้าวเก๊ปิดบัญชี

นอก จากนี้ นายไอน์ฮอร์นยังยกตัวอย่างกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการตรวจสอบโครงการประชานิยมจำนำข้าวที่มีมูลค่าสูงถึง 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯและยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจทำให้นักการเมืองที่โดนสอบสวนถูกตัดสิทธิทางการเมือง และกรณีชาวนาที่เคยสนับสนุนรัฐบาลก็เริ่มแสดงความไม่พอใจแล้ว หลังจากไม่ได้รับเงินจำนำข้าวตามกำหนดเวลา กระนั้น ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว ก็ไม่ทันแล้วสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่นอน และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนก็อาจลดลงมาก แม้จะเป็นช่วงวันตรุษจีนก็ตาม

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555

หน้า1วันนี้

มือปืนซิ่งปิกอัพตามซัลโวปมมาจากการเมืองท้องถิ่นหนุนผู้สมัครเลือกส.อบจ. ประกบยิงถล่มโหดปลิดชีพ “นายกมวย” นายกเล็กดอนขมิ้น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ขณะขี่รถ จยย.กลับจากงานบวชกลางดึก ตกเป็นเหยื่อแก๊งมือปืนซิ่งปิกอัพไล่ตามกระหน่ำยิงจนรถเสียหลักตกข้างทาง นอนจมเลือดบาดเจ็บสาหัสอยู่ในพงหญ้าริมถนนนานหลายชั่วโมง ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนแต่ไม่กล้าออกไปดู ญาติๆโทรศัพท์เข้ามือถือไม่รับสายเลยเอะใจรีบแจ้งตำรวจออกตามหา จนพบร่างถูกยิงปางตายนอนหายใจรวยรินอยู่ริมถนน โร่พาส่งโรงพยาบาลแต่แพทย์ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ ตำรวจพุ่งปมมรณะมาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่ผู้ตายสนับสนุนผู้สมัคร ส.อบจ.ที่จะมีการเลือกตั้งเร็วๆนี้ การเมืองท้องถิ่นเดือดระอุ มือปืนโหดตามล่าเด็ดชีพนายกเล็กรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 00.01 น.วันที่ 5 มี.ค. ร.ต.ท.ศักรินทร์ เกสรเทียน ร้อยเวร สภ.ลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงอยู่ริมถนนสายลูกแก-ห้วยกระบอก หมู่ 5 ต.ดอนขมิ้น จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผกก. พ.ต.ท.ก้องเกียรติ ตั้งกิติกุล รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.เลอศักดิ์ บรรจง รอง ผกก.สส. นำกำลังไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนข้างคลองไส้ไก่ซึ่งมีพงหญ้ารกชัฏ พบรถ จยย.ฮอนด้าซี 50 สีชมพูขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มอยู่ โดยมีร่างนายศุภกิจ สิทธิวิไล อายุ 52 ปี หรือนายกมวย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอนขมิ้น นอนจมกองเลือดหายใจรวยริน ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้ากลางหลังทะลุลิ้นปี่ 2 นัด ไหล่ขวา 1 นัด และเฉี่ยวใบหูขวา 1 นัด จึงช่วยเหลือนำส่ง รพ.ซานคามิลโล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา สอบสวนทราบว่านายศุภกิจผู้ตายเป็นนายก อบต.ดอนขมิ้น 2 สมัย ก่อนยกระดับเป็นเทศบาลตำบลดอนขมิ้น เมื่อ 1 ปีเศษที่ผ่านมา โดยผู้ตายเป็นญาติของนายอาทิตย์ สิทธิวิไล อดีต ส.อบจ.กาญจนบุรี ทีมของนายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อดีตนายก อบจ.กาญจนบุรี และยังเป็นน้องชายของนายอรรถพล สิทธิวิไล หรือนายกแอ๊ด นายกเทศบาลตำบลลูกแก ก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณ 1 ทุ่มเศษคืนที่ผ่านมา ผู้ตายกลับจากเป็นประธานงานมอบรางวัลของคาราบาวแดงที่วัดดอนขมิ้น มาถึงบ้านสักพักมีคนโทรศัพท์เชิญให้ไปร่วมงานบวชที่บ้านชาวบ้านอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 2 กม. ผู้ตายจึงขี่รถ จยย.ไปร่วมงาน เสร็จแล้วแวะซื้อของในวัดดอนขมิ้นก่อนมุ่งหน้ากลับบ้าน มีพยานระบุว่า ระหว่างนั้นสังเกตเห็นชายวัยกลางคนต้องสงสัยคนหนึ่งถือกระเป๋าใส่กีต้าร์ เหมือนจะติดตามดูความเคลื่อนไหวของผู้ตาย เมื่อผู้ตายขี่รถ จยย.ออกจากวัดจะกลับบ้านมาตามถนนสายดังกล่าว อีกเพียง 500 เมตรจะถึงบ้าน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถปิกอัพไม่ทราบสี ยี่ห้อ และทะเบียน ไล่ตามประกบยิงถล่มใส่หลายนัดจนรถ จยย.เสียหลักล้มคว่ำลงไปในพงหญ้าข้างทาง ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไป ช่วงนั้นเวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษ มีชาวบ้านได้ยินเสียงปืนแต่ไม่กล้าออกไปดู จนกระทั่ง 4 ทุ่มกว่ามีพรรคพวกและญาติ ๆ โทรศัพท์เข้ามือถือของผู้ตายหลายครั้งแต่ไม่รับสาย รู้สึกเอะใจจึงโทรศัพท์ประสาน พ.ต.อ.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผกก.สภ.ลูกแก นำกำลังตำรวจออกค้นหาจนพบร่างผู้ตายถูกยิงนอนจมเลือดอยู่ริมถนน รีบช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตดังกล่าว ต่อมาเวลา 10.30 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.โชต วีรเดช-กำแหง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมชุดสืบสวนภาค 7 และชุดสืบสวน ภ.จ.กาญจนบุรี เดินทางมายัง สภ.ลูกแก ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผกก.สภ.ลูกแก ใช้เวลาเกือบ 2 ชม. จากนั้นเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ไม่พบปลอกกระสุนปืนของคนร้าย คาดว่าน่าจะใช้ปืนลูกโม่ในการก่อเหตุ พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รอง ผบช.ภ.7 เผยว่า เบื้องต้นตำรวจตั้งปมสังหารมาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่นระดับจังหวัด ซึ่งตามแนวทางการสืบสวนทราบว่า ผู้ตายให้การสนับสนุนผู้สมัคร ส.อบจ.คนหนึ่งที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 18 มี.ค.นี้ อาจเป็นไปได้ว่ามีความขัดแย้งกับคู่แข่งทางการเมืองอย่างรุนแรงจนถูกฝ่ายตรงข้ามว่าจ้างมือปืนมายิงทิ้ง ตำรวจจะได้สืบสวนหาเบาะแสคลี่คลายคดีเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวว่า คดีนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์  ดามาพงศ์  ผบ.ตร. เน้นย้ำไปยัง  พล.ต.ท.หาญพล  นิตย์วิบูลย์  ผบช.ภ.7 เร่งติดตามสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว  เบื้องต้นทราบว่านายศุภกิจ  ผู้ตาย  เป็นหัวคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.อบจ.รายหนึ่ง ตำรวจตั้งประเด็นการเสียชีวิตไว้ 2 แนวทางคือ  เรื่องการเมืองท้องถิ่นกับขัดผลประโยชน์การประมูล โดย  ผบช.ภ.7 ได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง  พร้อมทั้งระดมฝ่ายสืบสวนปูพรมหาพยานหลักฐานอย่างเข้มข้นแล้ว  ทั้งนี้ ในวันที่ 7 มี.ค.  ผบช.ภ.7 จะเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ที่ บก.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมยืนยันว่าจะรีบดำเนินการคลี่คลายคดีและติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้โดยเร็ว กระเทยแสบลวงเด็ก บังคับด.ญ.14ค้ากามพ่อบุกช่วยคาห้องเช่า ลูกสาววัย 14 ปี หายจากบ้านไปเกือบครึ่งเดือน พ่อสืบหาจนรู้ถูกกะเทยแสบ ฉายา “เจเจ้ เมืองนนท์” ลวงมาค้าประเวณี และขังไว้ในบ้านเช่า ซอยกรุงเทพฯ-นนท์ 2 ก่อนพาญาติบุกไปช่วยออกมาได้พร้อมเหยื่อกามรุ่นเดียวกันอีก 3 คน จากนั้นคุมตัวกะเทยแสบ และคนในห้องส่งตำรวจ ด้านเหยื่อกามแฉ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสีกากีเมืองนนท์ บางรายบังคับให้เสพไอซ์สร้างอารมณ์ก่อนร่วมเพศด้วย แฉซ้ำอีก ถ้าช่วยไม่ทันมีสิทธิถูกส่งไปขายตัวต่อที่พัทยา ส่วนกะเทยตัวดีกรีดน้ำตา เปล่าบังคับ โบ้ยเด็กขายตัวอยู่ก่อนแล้ว จับกะเทยแสบจัดเด็กสาวบำเรอกามตำรวจนนทบุรี โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มี.ค. นายอ้น (นามสมมติ) อายุ 35 ปี นำตัว ด.ญ.อ๋อย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลูกสาว เรียนอยู่ชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.อิสระ วิทยาศิริภัค พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.บางขุนนนท์ ให้ดำเนินคดีกับนายจีระศักดิ์ ช้างดอนไพร อายุ 21 ปี หรือ “เจเจ้ เมืองนนท์” อยู่บ้านเลขที่ 182/67 หมู่ 6 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการค้าประเวณี หลังพาญาติพี่น้องบุกช่วยลูกสาวที่หายออกจากบ้านไปนานเกือบ 2 อาทิตย์ จากห้องพักของนายจีระศักดิ์ในเขตพื้นที่ อ.เมืองนนทบุรี นายอ้นกล่าวว่า ด.ญ.อ๋อย ลูกสาวตนหายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา แจ้งความไว้ที่ สน.บางขุนนนท์ พร้อมติดตามหาข่าวลูกสาวมาโดยตลอด กระทั่งเช้ามืดวันเดียวกันนี้ รู้ข่าวลูกสาว ถูกกะเทยชื่อ “เจเจ้ เมืองนนท์” ขังไว้ที่ห้องเช่าเลขที่ 154/4-8 หมู่ 6 ซอยกรุงเทพฯ-นนท์ 2 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จึงพาญาติบุกไปช่วยเหลือ โดยวินาทีแรกแทบจะรับไม่ได้ เพราะเห็นสภาพลูกสาวนอนเบียดเสียดอยู่กับเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันอีก 3 คน อยู่บนพื้นห้องที่เล็กเท่ารังหนู นอกจากนี้ยังมีชายวัยรุ่น 2 คน และกะเทยอีก 4 คน นอนรวมกันอยู่ด้วย จึงปลุกทุกคนให้ตื่น และเชิญตัวมาที่ สน.บางขุนนนท์ ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ เบื้องต้น ด.ญ.อ๋อยให้การว่า มีเพื่อนชวนไปอยู่กับนายจีระศักดิ์ หรือ “เจเจ้ เมืองนนท์” ที่ห้องดังกล่าว อ้างว่ามีที่อยู่สบาย มีที่พัก มีเสื้อผ้าสวยๆใส่ มีอาหารให้กินอิ่มทุกมื้อ แต่เมื่อมาถึงกลับถูกนายจีระศักดิ์ยึดโทรศัพท์มือถือ บังคับให้อยู่แต่ในห้อง หากมีลูกค้าหื่นกามติดต่อเข้ามาจะถูกนายจีระศักดิ์พาตระเวนไปให้ดูตัวตามโรงแรมย่านถนนแจ้งวัฒนะ และถนนพระราม 5 จ.นนทบุรี ถ้าตกลงซื้อบริการ จะคิดค่าตัวครั้งละ 1,500-3,000 บาท เมื่อเสร็จกิจแล้ว นายจีระศักดิ์จะให้เพื่อนกะเทย ไม่ทราบชื่ออีก 2-3 คน ที่รอรับตัวอยู่หน้าโรงแรม พาขึ้นรถแท็กซี่กลับห้องเช่าทันที เพื่อป้องกันการหลบหนี โดยไม่เคยได้รับค่าตัวแม้แต่บาทเดียว อย่างดีคือให้ข้าวกิน พาไปทำผม และซื้อเสื้อผ้าแนววาบหวามให้ใส่เท่านั้น ขณะที่เด็กสาวเหยื่อกะเทยแสบอีก 3 คน อายุ 13 ปีเท่ากัน ซึ่งถูกบังคับค้าประเวณี และให้พักอยู่กับกะเทยแสบที่ห้องดังกล่าว ร่วมกันให้การว่า ก่อนหน้านี้เรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.ต้น ที่โรงเรียนชื่อดังย่านสามเสน และบางซื่อ แต่ถูกนายจีระศักดิ์หลอกมาค้าประเวณี ตลอดเวลาเหมือนติดคุก ไม่เคยได้ออกไปไหน และไม่เคยได้ใช้โทรศัพท์ โดยนายจีระศักดิ์จะพาพวกตนไปตามโรงแรมต่างๆ เวลามีลูกค้าติดต่อขอซื้อบริการทางเพศ สำหรับลูกค้ามีหลายประเภท บางรายเป็นพวกจิตวิปริต ต้องถ่ายคลิปวีดิโอขณะร่วมเพศไว้ดูด้วย โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจใน จ.นนทบุรี เพราะก่อนจะมีเพศสัมพันธ์กันจะถอดปืน วิทยุสื่อสาร และกุญแจมือ วางไว้บนหัวนอน บางคนยังนำยาไอซ์มาให้เสพเพื่อสร้างอารมณ์ก่อนมีเพศสัมพันธ์กันด้วย แต่พวกตนไม่กล้าขอความช่วยเหลือ เพราะเกรงตำรวจบ้ากามพวกนี้จะไปบอกให้กะเทยแสบรู้ และเมื่อกลับมาถึงห้องจะถูกตบตีอย่างทารุณเป็นการลงโทษ ขณะที่นายจีระศักดิ์กรีดน้ำตาบอกนักข่าวว่า ปกติจะช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยวและขนมจีนตามงานวัด ส่วนเด็กๆพวกนี้หนีจากบ้านมาอยู่ที่ห้องกับตน ไม่ได้ล่อลวงแต่อย่างใด ส่วนเรื่องค้าประเวณีเด็กพวกนี้ต่างทำกันมาก่อนแล้ว ซ้ำยังบอกตนว่า ต้องการมีเสื้อผ้าสวยๆ มีข้าวของเครื่องใช้ดีๆ ตนไม่ได้บังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด ระหว่างที่พักกับตน มักแอบใช้เบอร์ที่ห้องโทร.ไปนัดลูกค้า และนำเงินกลับมาแบ่งให้คราวละ 500 บาท เป็นค่าที่มาพักอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม จะแจ้งความดำเนินคดีกับนายอ้น พ่อเด็กที่พาพวกไปบุกห้องเช่าเอาปืนจ่อหัว และทุบตีตน บังคับให้เดินทางมาโรงพักด้วย ด้าน พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.บางขุนนนท์ กล่าวหลังสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องว่า ผู้ชาย 2 คน และกะเทยอีก 3 คน ที่อยู่ในห้องเช่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จึงปล่อยตัวกลับไป ส่วนนายจีระศักดิ์ หรือ “เจเจ้ เมืองนนท์” ได้คุมตัวไว้ตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์เอาไว้ก่อน จากนั้นจะส่งตัวเด็กหญิงเหยื่อทั้ง 4 คน ไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และตรวจร่างกายหาร่องรอยการถูกข่มขืน โดยเช้าวันที่ 6 มี.ค. จะนัดเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ และผู้ปกครองของเด็กมาสอบปากคำร่วมกันอีกครั้ง ก่อนจะนำคำให้การและผลตรวจร่างกายมาพิจารณาเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินการกับนายจีระศักดิ์ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ต่อมาเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.อิสระ วิทยาศิริภัค พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.บางขุนนนท์ พร้อม พ.ต.ท.พจนาจ งบพิมาย สว.สส.สน.บางขุนนนท์ พาตัวเด็กหญิงผู้เสียหายทั้ง 4 คน ไปชี้จุดเกิดเหตุที่ห้องเช่าเลขที่ 154/4-8 หมู่ 6 ซอยกรุงเทพ-นนท์ 2 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี เพื่อถ่ายภาพประกอบสำนวนคดี โดยมีเด็กบางคนให้การเพิ่มเติมว่า นายจีระศักดิ์อยู่ระหว่างติดต่อเอเย่นต์ค้ากามในพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อขายตัวเด็กทั้ง 4 คน ให้ในราคาคนละ 30,000-40,000 บาท หากไม่ได้รับการช่วยเหลือในวันสองวันนี้ ไม่แน่อาจไม่ได้เจอหน้าพ่อกับแม่อีก ที่ผ่านมา นายจีระศักดิ์ล่อลวงเด็กหญิงมาเป็นทาสกามให้ลูกค้าหลายรุ่นแล้ว บางคนมีลูกค้าซื้อตัวไปชุบเลี้ยงดูแลเป็นการถาวร หากใครโชคร้ายจะถูกส่งไปอยู่กับเอเย่นต์ค้ากามรายอื่นๆเป็นทอดๆ

วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

มัลลิกาจ่อฟ้องกลับ ยิ่งลักษณ์-พร้อมพงศ์ ฐานแจ้งความเท็จ

จากกรณีที่นส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ถูกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และทนายความไปแจ้งความที่ สน.ลุมพินีคดีหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรีนั้น น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกปชป. กล่าวว่า ตนจะไปแจ้งความกลับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และทนายความอีก 2 คน เช่นกันในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยมีการบิดเบือนตัดแปะข้อความคำแถลงข่าวของตนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ซึ่งตนมีหลักฐานคำแถลงข่าวทั้งหมด ด้วยการถืออำนาจในประเทศมาเอาคดีความ นั่นก็ถือว่าเป็นการรังแกผู้หญิงเช่นกัน

วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

รองนายกรัฐมนตรีโชว์ ใบรับรองแพทย์ ยันป่วยจริง

รองนายกรัฐมนตรีโชว์ ใบรับรองแพทย์ ยันป่วยจริง Mthai News ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์ ออกแถลงการณ์เตือนการฟ้องสื่อของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี อาจเป็นการคุกคามสื่อฯ โดยยันยันว่า ไม่ได้คุกคามสื่อ แต่เป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย และไม่ได้ปิดปากสื่อฯ เพราะสื่อฯไทยมีอิสระเสรีมาก พร้อมกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้นำใบรับรองแพทย์ย้อนหลังมายืนยันต่อสื่อมวลชน ว่า แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการก้านหูอักเสบและเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล 3 โรงพยาบาลเมื่อปี 2552 ขณะที่ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะ ส.ส.ร.ยังไม่เกิดขึ้น จึงยังไม่ทราบว่าจะแก้ไขประเด็นใด ทั้งนี้ ยืนยันมาตลอดว่า ส.ส.ร.ต้องมี 99 คน และรัฐบาลย้ำว่าไม่แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ส่วนที่นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.เพื่อไทย เสนอยุบรวมศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นแผนกในศาลฏีกา ร้อยตำรวจเอกเฉลิม กล่าวว่า บ้านเมืองพัฒนาไปมากแล้ว การจะยุบรวมทำได้ยากและตนเองไม่สามารถชี้นำ ส.ส.ร.ได้ และจะมีกี่ศาลก็ได้ แต่ต้องมีระบบตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาไม่มีระบบตรวจสอบศาลหากมีผู้ร้องเรียน ขณะเดียวกันที่ศาลปกครองเห็นว่า หากมีการยุบรวมศาลจะทำให้มีการแทรกแซงศาลนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะหากมีการพิจารณาคดี จะมีการเลือกองค์คณะผู้พิพากษามาพิจารณาคดีที่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น

วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

'ธรรมศาสตร์'ระอุ ชกวรเจตน์แกนนํานิติราษฎร์

'ธรรมศาสตร์'ระอุ ชกวรเจตน์แกนนํานิติราษฎร์  ใบหน้าฟกชํ้า แว่นแตกเลือดออกทางจมูก ตํารวจตรวจกล้องวงจรปิด-ล่าตัว   การเมืองร้อนระอุ 2 คนร้ายบุกชกแกนนํานิติราษฎร์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ โดยดักรอรัวหมัดใส่หน้าจนเลือดออก ก่อนขี่รถจักยานยนต์หนีไป           นางแบบสิ้นชื่อ เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ตรวจศพ นางสาวลานา โอคอนเนลล์ นางแบบสาวชาวออสเตเลียนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักยานยนต์ และแฟนหนุ่มได้รับบาดเจ็บ เพื่อเตรียมส่งกลับประเทศ บ้านเกิด